ห่างหายไประยะหนึ่งสำหรับการเข้ามาสรรหาและอัพเดตบทความดี ๆ มาไว้ใน Boogger Liverpoolsport นี้ก็เปิดฤดุกาลมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เชื่อแน่ว่าบรรดากองเชียร์ The Kop ทั้งหลายคงกำลังนั่งยิ้มมีความสุขกับผลงานของทีมได้อย่างสบายอารมณ์กันอยู่ คงไม่มีใครสามรถปฏิเสธได้ ถึงฟอร์มการเล่นของ Liverpool ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ได้ ในครั้งนี้ได้นำบทวิเคราะห์จาก ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล มาเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ เพราะว่านาน ๆ ที จะมีใครออกมาวะเคราะห์ทีมของเราในทางที่ดีให้ได้ชื่นใจกันบางลองเข้าไปอ่านกันดูน่ะวันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551
หงส์ดีเหลือเชื่อหรือดีจนน่าเชื่อ?
ห่างหายไประยะหนึ่งสำหรับการเข้ามาสรรหาและอัพเดตบทความดี ๆ มาไว้ใน Boogger Liverpoolsport นี้ก็เปิดฤดุกาลมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เชื่อแน่ว่าบรรดากองเชียร์ The Kop ทั้งหลายคงกำลังนั่งยิ้มมีความสุขกับผลงานของทีมได้อย่างสบายอารมณ์กันอยู่ คงไม่มีใครสามรถปฏิเสธได้ ถึงฟอร์มการเล่นของ Liverpool ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ได้ ในครั้งนี้ได้นำบทวิเคราะห์จาก ข้อมูลจาก : MSN ฟุตบอล มาเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ เพราะว่านาน ๆ ที จะมีใครออกมาวะเคราะห์ทีมของเราในทางที่ดีให้ได้ชื่นใจกันบางลองเข้าไปอ่านกันดูน่ะวันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
กับปีที่ผ่านมา และวันข้างหน้าที่จะมาถึง
การเซ็นสัญญาคว้าตัวของ Torres ด้วยค่าตัวอันเป็นสถิติของ สโมสรและคำถามมากมายที่เกิดขึ้นว่า เค้าจะประสพความ สำเร็จหรือแสดงศักยภาพเหมือนที่อยู่ที่ At.Madrid ทีมที่ Torres เปรียบเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างของทีมได้หรือ 23 ประตู ใน Premierleague ซึ่งเป็นประตูที่เกิดจากการเล่นแบบ Open play ล้วน ๆ และสถิติต่างๆ ที่ถูก Torres ทำลายลงเป็นคำตอบ ได้ดีว่า ค่าตัวทุกเพนนีที่ Liverpool จ่ายให้กับ At.Madrid ไปคุ้ม ค่าสำหรับเค้าหรือไม่ อีกทั้งบทสัมภาษณ์กับสือต่างๆ ที่ Torres แสดงทัศนะคติที่มีต่อ Liverpool ล้วนแล้วแต่อยู่ในด้านเชิงบวก ทั้งสิ้น และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Torres กลายเป็นขวัญใจของแฟน บอล Liverpool อย่างรวดเร็วไม่ต่างจาก Gerrard ซึ่งถือเป็นคู่หู คู่ใหม่ของ Torres อีกด้วย

Liverpool ทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมที่มีรูปแบบการเล่นที่น่าเบื่อ แต่ปี นี้จำนวนประตูที่ทำได้กลับตรงกันข้าม 34 ประตูเป็นตัวเลขจำนวน ประตูที่ Torres และ Gerrard ยิงรวมกันจากทั้งหมด 65 ประตูเฉพาะ
Premierleague ในฤดูกาลนี้นับเป็นจำนวนประตูเกินครึ่งของประตูที่ ทีมทำได้ทั้งหมด นั่นแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของทั้ง 2 คนใน การทำหน้าที่ผลิตสกอร์ให้กับทีม ถ้าในฤดูกาลหน้า Benitez เพิ่ม Tactic ให้ผู้เล่นในตำแหน่งอื่นรับภาระตรงนี้ไปได้บ้าง นั่นอาจจะ ทำให้ Liverpool ประสพความสำเร็จมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้ก็ได้
จากแต้มทั้งหมดในตอนนี้ 73 แต้มและยังเหลืออีกการแข่งขันอีก 1 นัด ห่างจากทีมที่จะเป็นแชมป์ คือ Man Utd. และ Chelsea ซึ่งมี 84 แต้ม อยู่ 11 คะแนน อาจจะเยอะถ้ามองในด้านของความห่างของตัวเลข แต่ ถ้าในฤดูกาลหน้า 12 คะแนนไปกลับระหว่าง Liverpool กับ Man Utd. ช่องว่างอาจจะไม่มากขนาดนี้และ 13 นัดที่เสมอ เปลี่ยนมาเป็นชนะซัก 3 หรือ 4 นัด เชื่อว่าในฤดูกาลหน้า Liverpool จะมีชื่อเป็นทีมที่มีลุ้นแชมป์
ถึงสัปดาห์ท้าย ๆ อย่างแน่นอน
การเจ็บของ Agger ตลอดทั้งปีอย่างน้อยก็มีส่วนทำให้เกมส์รับของ Liverpool อ่อนลงไปไม่มากก็น้อย การคว้าตัว Skrtel ถือเป็นการซื้อ ตัวที่คุ้มค่าอีกตัวหนึ่งในฤดูกาลนี้ มีกองหลังไม่กี่คนในโลกนี้หรอกที่ จะจับ Drogba อยู่หมัดเหมือนกับที่ Skrtel ทำได้ และผมชื่อว่าเค้ามี วิญญาณนักสู้ไม่ต่างกับ Carragher แต่ที่ Skrtel ได้มีมากกว่า Carragher คือ Saint บอลกับความเร็ว และรูปร่างที่สูงใหญ่กว่า หากในฤดูกาลหน้า Carragher และ Skrtel ยังรักษาระดับความยอดเยี่ยมของฟอร์มการเล่น ได้เทียบเท่ากับฤดูกาลนี้ และการกลับมาของ Agger รับรองว่าแผงหลัง เราจะมีความแข็งแกร่งไม่แพ้ทีมใดในโลกนี้เลยก็ว่าได้
การส่ง Insua ลงเล่นใน Anfield ในการพบกับ Man City ที่ผ่านมา เป็นสัญญาณบางอย่างหรือเปล่า การทำเข้าประตูตัวเองของ Riise ในช่วง นาทีสุดท้ายของช่วงทดเวลาเจ็บ ถึงจะไม่มีใครโทษเค้า แต่ก็มีส่วนทำให้ Liverpool ต้องตกรอบ UCL อีกทั้งฟอร์มการเล่นในช่วงหลังของ Riise ไม่ น่าจะสร้างความประทับใจให้กับกองเชียร์ Liverpool ซักเท่าไหร่ มันไม่น่า แปลกใจเลยถ้าฤดูกาลนี้อาจจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเค้า
ท้ายสุดกับตลาดนักเตะในช่วงปิดฤดูกาล ในมุมมองของผมถ้าถามว่า อยากได้ใครเป็นพิเศษสำหรับฤดูกาลหน้า ผมจะบอกเลยว่าไม่ เพราะ สิ่งที่ผมอยากได้จริงๆ คือความคิดและทัศนะคติของ Benitez เพราะ สิ่งที่ผมมองว่าเป็นจุดด้อยของ Benitez คือการกล้าได้กล้าเสีย เหมือน อย่างที่ Murinho มี ทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนตัวผู้เล่นหรือการกล้าที่ จะส่งตัวรุกหรือกองหน้าลงไปในเกมส์ที่ต้องการชัยชนะ อีกสิ่งหนึ่งคือ ระบบการเล่นและการ Rotation ถ้า Benitez ยังคงใช้รูปแบบการเล่น เหมือนในฤดูกาลนี้ต่อไป และเปลี่ยนตัวในแต่ละนัดให้น้อยลง ความ เข้าใจกันของผู้เล่นจะมีมากกว่านี้แน่ และเสริมทีมบางตำแหน่งซึ่งผม มองว่ไม่น่าจะเกิน 2 ตำแหน่ง เพราะถ้าซื้อนักเตะใหม่ กว่านักเตะจะ ปรับตัวให้เข้ากับทีมได้มันต้องใช้เวลา ผมจึงมองว่าการให้โอกาสนัก เตะเยาวชนกับการเสริมสร้างทีมเวิร์กเป็นอะไรที่ดีกว่าการซื้อนักเตะ เข้ามาเสริมทีม

โดย arashikung (http://www.thekop.in.th/ )
วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2551
ความสุข เล็ก ๆ ของThekop

เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน นี้กเหลือการแข่งขันอีกไม่กี่แมตแล้ว จำได้ว่าเมื่อวันก่อนยังนั่งลุ้นอยู่เลยว่าทีมเราจะซื้อใครเข้ามาเสริมความแกรง แล้วก็ยังลุ้นอยู่เลยว่าแดงเดือดปีนี้เราพอมีทางชนะบ้างไหม สำหรับพรีเมียร์ลีกนั้น ช่วงแรกก็รู้สึก โอ้ นี้เรามีลุ้นแชมป์แล้ว ผ่านไปสักระยะ ก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ๆ แล้วก็อาทิตย์ล่ะหลาย ๆ รอบ ไม่เป็นไร พอจะเข้าช่วงเดืิอนพฤษภาคม ในขณะที่ทีมรักยังมีลุ้นแชมป์ถ้วยยุโรปกับเค้าอยู่ และดูเหมือนว่าแนวโน้มจะเป็นไปในทางที่ดีด้วย ความสุขเล็กก็ยังคงเกิดขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยเราก็ยังมีรอยยิ้มที่มุมปากได้บ้าง
แต่บ่อยครั้งที่ได้ติดตามข่าวของที่มรัก ก็มักเจอทั้งบทความที่อ่านแล้ว ก็อดน้อยใจไม่ได้ แล้วก็คิดว่าบรรดาเหล่าสาวกหงส์แดงทั้งหลายก็คงมีความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ ประการแรก ทีมของเรามักไม่ได้รับคำชมที่เป็นคำชมจริง ๆ จัง ๆ สักที ต้องมีซักประโยคที่จะพูดว่า "เป็นเพราะว่าฝ่ายตรงข้ามเล่นไม่ดีเอง" "วันนี้ผีเข้ากันทั้งทีม" บ้าง หรือแม้แต่ การให้คำปรามาทไว้ตั้งแต่ยังไม่แข่ง จริงอยู่ที่ทีมของเรามักทำให้บรรดาสาวก หรือนักวิจารณ์ทั้งหลายต่างไม่มีความเชื่อมั่นเลย แต่ถ้ามองกลับกัน ก็เป็นที่เราที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษไม่น้อย
แม้ใครจะมองว่าทีม Liverpool เป็นเหมือนไม้ประดับในเหล่า Big 4 ของตารางการแข่งขััน แต่สำหรับ ถ้วยยุโรปแล้ว เชื่อแน่ว่าคงไม่มีทีมไหนอยากเจอกับทีมเรา (หวังไว้ว่า จะได้เห็นศึกแดงเดือดในเวทียุโรป) และวันนั้น ก็อยากเห็นการเล่นที่ไม่มีใครดูถูกได้ จะต้องเป็นการแข่งขั้นที่น่าอัศจรรย์ไม่แพ้ที่ อิสตันบูอย่างแน่นอน
หากแม้ว่าในปีนี้ทีมรักจะไม่สามารถหยิบเอาถ้วยอะไรมาให้ได้ชื่นชมก็ตาม อย่่างน้อยในฤดูกาลนี้ ก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ไม่เสียหลายที่เฝ้าติดตาม
อย่าลืมมองดูความสุขเล็กของคุณที่มี เมื่อได้เชียร์
วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2551
Liverpool คือความภาคภูมิใจ

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า บ่อยครั้งที่การตามเชียร์ทีมรัก Liverpool นั้นมักจบลงที่ความรู้สึกว่า ตื่นเต้นตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มเขี่ยลูกจนกระทั้งรอเสียนกหวีดจบการแข่งขัน วินาทีสุดท้าย ทั้งทีในใจก็ขัดแย้งกันเสมอว่า เราชนะแน่นอน เราต้องตีเสมอได้แน่นอน ไม่เคยแม้สักครั้งที่ใจจะบอกว่า เราต้องแพ้แน่นอน นั้ก็คงเพราะความรัก และศรัทธาที่มีต่อ Liverpool ที่มีจนเต้มหวัใจอันเล็กของ สาวกหงส์ทั้งหลาย (หรือเปล่า) ความเชื่อมันที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมนี้บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามาจากใน ส่วนหนึ่งอาจมาจากความยากลำบากในการแข่งขัน สถานการณ์ที่กดดันแบบสุด ๆ ที่ทีมใหญ่บางทีมอาจไม่เคยประสบด้วยซ้ำไปนั่นแหละที่เป็นตัวค่อยกระตุ้นความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่า ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาคือผลของความสำเร็จ ที่จับต้องได้ ไม่ใช่มีเพียงไว้เพื่อพูดอย่างเดียว อย่างที่ผู้จัดการหลายทีมชอบทำ
ประวัติศาสตร์คือความภาคภูมิใจ แรงกดดันคือ แรงกระตุ้นชั้นดี แล้วความจงรักภักดีต่อความรู้สึกคือ แรงใจสำหรับเหล่านักรบที่อยู่ภายใต้ชุดสีแดงเพลิง Liverpool






























